12 เครื่องมือดีๆสำหรับ Freelance

Posted by kannique On March - 11 - 20107 COMMENTS
1 Star2 Stars3 Stars (1 votes, average: 3.00 out of 3)
Loading ... Loading ...

วันนี้ผมมีเครื่องไม้เครื่องมือที่น่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่เป็น Freelance มาฝากกันครับ โดยรวมก็มาจากหลายๆกลุ่มนะครับ เช่น กลุ่มที่ช่วยในการสร้างและจัดเก็บไอเดีย กลุ่มที่เกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆ กลุ่มที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการงานของเรา และกลุ่มทั่วไปครับ


แนวคิดหลักของผมสำหรับบทความนี้ก็คือ ของฟรีเท่านั้นที่เราต้องการ มาลองดูกันครับว่ามีอันไหนถูกใจเพื่อนๆบ้าง


1. Wridea

Wridea เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราจดบันทึกความคิด ไอเดียต่างๆที่เรามีได้อย่างสะดวกรวดเร็วด้วย AJAX Technology ที่ได้รับการประยุกต์ใช้กับเวปไซต์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากจดบันทึกแล้ว เรายังสามารถแบ่งปันแนวคิดและไอเดียต่างๆให้กับเพื่อนร่วมงานและอนุญาตให้เพื่อนร่วมงานแก้ไขและปรับแต่งไอเดียเหล่านั้นได้ด้วย อีกทั้งการใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก มีการแสดงผลด้วยตัวอักษรที่ใหญ่และชัดเจน แถมเรายังสามารถจัดแบ่งไอเดียต่างๆให้เป็นไปตามหัวข้อที่เราต้องการได้ด้วย ค่าใช้จ่าย … ไม่มีครับ ของฟรี

wridea

2. FreeBrainstorm

FreeBrainstorm เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการระดมความคิดและจัดเก็บไอเดียให้เป็นหมวดหมู่ครับ Feature ที่เด่นๆก็จะมี การสร้างและจัดแบ่งไอเดียต่างๆโดยไม่ยุ่งยาก สร้าง Brainstorming Session เพื่อทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มได้ การให้คะแนน (Rating) ไอเดียต่างๆจาก 1-10 เพิ่มความคิดเห็นและแนบเอกสารลงในไอเดียได้ กำหนดขั้นตอนต่อไปที่จะพัฒนาไอเดียต่างๆ (Action Plan) รวมถึงโหวตหาขั้นตอนที่ดีที่สุดได้ด้วยเช่นกัน ตอนนี้ยังเป็น Beta Version อยู่ครับ และฟรีแน่นอน

freebrainstorm



3. Billing Boss

BillingBoss เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การบริหารจัดการใบเสร็จรับเงินเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับ Freelance และธุรกิจขนาดเล็ก เราสามารถสร้าง ส่งและติดตามใบเสร็จรับเงินของเราได้อย่างง่ายๆ หลังจากสมัครสมาชิกแล้วเราสามารถส่งใบเสร็จใบแรกได้ในเวลาไม่กี่นาทีเองครับ ใบเสร็จที่ส่งจะอยู่ในรูปของอีเมล์หรือแนบเป็นเอกสาร PDF หรือแม้แต่สั่งพิมพ์ออกมาเพื่อส่งเป็นไปรษณีย์ก็ได้ ข้อดีอย่างมากของ BillingBoss ก็คือไม่จำกัดจำนวนใบเสร็จที่เราจะสร้างและส่งได้ ทุกอย่างฟรีครับ

billingboss

4. CurdBee

CurdBee เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการใบเสร็จรับเงินอีกตัวหนึ่งที่มีจุดเด่นอยู่ที่ความเรียบง่ายของการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มรายชื่อลูกค้า การสร้างใบเสร็จ และการปรับแต่งหน้าตาของใบเสร็จให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวก็ทำได้ง่ายๆเช่นกัน ทำให้ CurdBee เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ด้านบัญชีหรือการเงินมากนัก ข้อดีอีกข้อของ CurdBee ก็คือไม่จำกัดจำนวนใบเสร็จและจำนวนลูกค้าที่เรามีอยู่ครับ ทุกอย่างฟรี ถ้าอยากได้ Feature เพิ่มเติมก็แค่เดือนละ 5$ ครับ

curdbee

5. BionicBooks

BionicBooks เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการบริหารจัดการการเงินของเราที่ค่อนข้างครบวงจรครับ เราสามารถเพิ่มลูกค้า สร้างใบเสร็จ รวมถึงรายรับและรายจ่ายที่มีทั้งหมดได้อย่างไม่ยาก ข้อได้เปรียบของ BionicBooks คือความสามารถในการแสดงบัญชีทางการเงินที่สำคัญของเรา เช่นบัญชีงบดุล (Balance Sheet) และบัญชีกำไร-ขาดทุน (Profit and Lost) ทำให้เราเห็นสถานะทางการเงินในภาพรวมได้อย่างชัดเจน แล้วก็ของฟรีเหมือนเดิมครับ

bionicbooks


6. Clocking IT

Clocking IT เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการบริหารจัดการโครงการของเราซึ่งมี Feature ที่สำคัญสำหรับ Project Management อยู่เกือบครบถ้วนเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นสร้าง Project, สร้าง Task, Assign Task, กำหนด Duration และ Milestone, ทำ Scheduling, Time Tracking, และ Project Reports เยอะแยะไปหมดครับ ถ้าเพื่อนๆคุ้นเคยกับ Microsoft Project การเปลี่ยนมาใช้ Clocking IT อาจจะทำให้รู้สึกแปลกๆในช่วงแรกอยู่ซักหน่อยนะครับ แต่รับรองได้ว่าคุ้มที่จะลอง … ฟรีเหมือนเดิมครับ

clockingit

7. Project Bubble

ProjectBubble เป็นเครื่องมืออีกตัวที่ช่วยให้เรื่องการบริหารจัดการโครงการของเราง่ายขึ้น จุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือ User Interface ที่สวยงามและเข้าใจได้ง่าย นั่นรวมไปถึงความสามารถในการทำ Drag and Drop ได้เกือบจะทุกจุดของเวปไซต์เลย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ProjectBubble เหมาะสำหรับธุรกิจเล็กๆและ Freelance ที่ไม่ต้องการทำอะไรให้มันยุ่งยากกับ Project Management มากนักครับ นอกเหนือจากที่กล่าวมา ProjectBubble สามารถช่วยเราออกใบเสร็จรับเงินได้ด้วยครับ แต่เสียดายที่ยังไม่มีสกุลเงินที่เป็นบาทครับ … แต่ไม่เป็นไรยังไงก็น่าลองเพราะของฟรีอีกแล้วครับ

project_bubble

8. ManyMoon

Manymoon เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเมื่อพูดถึง Online Project Management Tool ครับ Manymoon มี Feature ที่ครอบคลุมส่วนงานสำคัญของ Project Management ได้เกือบหมดครับ นั่นรวมถึง สร้าง Project, สร้าง Task, Time Tracking, และ Project Reports แต่จุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดคงจะเป็นความสามารถในการเชื่อมต่อกับ Google Apps หลายๆตัว เช่น เราสามารถผูก Task ที่มีให้กับ Google Calendar ได้ และสามารถแนบเอกสารที่เป็น Google Docs เข้าไปใน Project ของเราได้เช่นกัน เอาเป็นว่าฟรีกันยกล๊อตเลยหละ

manymoon

9. Monkey On

MonkeyOn เป็นเครื่องมือในการสร้างและจัดเก็บ To-Do-List ของเรารวมถึงสามารถสร้างและส่ง To-Do-List ไปให้กับเพื่อนเราผ่านทางอีเมล์ได้ด้วยครับ การสร้าง To-Do-List ก็ง่ายมากครับ แค่กรอกว่าต้องทำอะไร แล้วก็วันเริ่ม-วันเสร็จ และอีเมล์ (ถ้าเราต้องการส่งงานให้เพื่อน) อีกทั้งยังมีการแจ้งเตือนเมื่องานนั้นถูกทำเสร็จแล้ว เราจึงสามารถรู้ถึงความคืบหน้าของงานที่มีได้อย่างทันท่วงทีครับ MonkeyOn เปิดให้ใช้งานฟรีแต่สามารถสร้าง To-Do-List ได้แค่ 5 อันพร้อมกันครับ

monkeyon

10. Toodledo

Toodledo เป็นเครื่องมืออีกตัวที่ช่วยในการสร้างและจัดการกับ To-Do-List ของเราครับ จุดเด่นของ Toodledo คือการจัดเก็บ To-Do-List ของเราให้เป็นหมวดหมู่อย่างชัดเจนเพราะเราสามารถสร้าง Folder ให้แต่จะกลุ่มงาน รวมถึงจัดแบ่งตามความสำคัญ (Priority) ของงานนั้นๆได้ด้วย เราสามารถดูงานที่ต้องทำในแต่ละวันได้ง่ายๆผ่านทางหน้าปฏิทินครับ จุดเด่นอีกจุดหนึ่งก็คือ Toodledo มี application สำหรับ iPhone ด้วยนั่นยิ่งทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้นไปอีก Toodledo เปิดให้เราใช้งานฟรีด้วย Feature ต่างๆที่จำเป็นสำหรับ To-Do-List ครับ

toodledo

11. MailChimp

MailChimp เป็นเครื่องมือทำการตลาดให้กับสินค้าและบริการของเราผ่านทางอีเมล์ครับ MailChimp ถูกออกแบบให้ดูสวยงามสบายตามาพร้อมกับ Feature สำคัญๆเช่น สร้างและจัดการกับ Email List, ออกแบบ Email Marketing Campaign (HTML), ส่ง Campaign ให้ลูกค้าผ่านทางอีเมล์, ทำงานร่วมกับ Google Analytics WordPress และ Drupal ได้อย่างสมบูรณ์, อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้ใช้และผู้พัฒนา Add-Ons ที่แข็งแรงซึ่งเราจะได้ประโยชน์จากตรงนี้ด้วยครับ MailChimp เปิดให้บริการฟรีสำหรับลูกค้าที่มีจำนวน Subscriber ไม่เกิน 500 และส่งอีเมล์ได้ไม่เกินเดือนละ 3,000 อีเมล์ เหมาะกับผู้เริ่มต้นธุรกิจและ Freelance มากเลยครับ

mailchimp

12. Mozy

Mozy เป็นผู้ให้บริการ Online Backup Storage ครับ เพียงแค่สมัครเราก็จะได้เนื้อที่ไว้สำรองข้อมูลถึง 2 GB และแน่นอน … ฟรีครับ Mozy มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูล เราสามารถตั้งเวลาที่จะสำรองข้อมูลของเราได้แบบอัตโนมัติ เข้าถึงข้อมูลที่เราสำรองไว้ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมของ Mozy เลย เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลสำคัญของเรา ลองพิจารณา Mozy ดู แค่สมัครก็ได้ 2 GB มาใช้ฟรีๆครับ

mozy



>12. Your Recommendation

หวังว่าบทความนี้จะช่วยแนะนำเครื่องมือใหม่ๆที่ช่วยให้ Freelance ทำงานได้สะดวกขึ้นนะครับ ถ้าพอมีเวลา ช่วยแบ่งปันเครื่องมือหรือเวปไซต์อื่นที่เพื่อนๆใช้อยู่บ้างนะครับ มันจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นอย่างมากเลยฮะ :D


Related posts:

  1. รับงานพิเศษควรคิดราคาอย่างไร?

7 Responses to “12 เครื่องมือดีๆสำหรับ Freelance”

  1. oak says:

    ถูกใจอย่างแรง เด๋วจะไปลองครับ

  2. kannique says:

    oak says:

    ลองแล้วถูกใจอันไหนเป็นพิเศษบอกด้วยนะครับ เพื่อนๆคนอื่นจะได้รู้ข้อมูลเพิ่มเติม

    ขอบคุณมากครับผม :D

  3. kannique says:

    ดูเหมือน MailChimp จะไม่ดีเท่าไรอะครับ :(

    ผมลองสมัครไปแล้วเหมือนว่าต้องรอรีวิว account นานมากเลย แถมการออกแบบ subscribe widget ที่จะเอามาใส่หน้าเวปก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไร …

    ตอนนี้พยายามหา web อื่นมาแทนอยู่ครับผม

  4. kannique says:

    ตอนนี้ผมใช้ MailChimp ได้แล้วครับ

    เข้าใจว่าตอนกรอกข้อมูลครั้งแรกผมใช้ hotmail เป็น sender’s email ครับ เหมือนว่าระบบจะไม่ยอม ผมเลยเปลี่ยนเป็น @chapterpiece.com แทนก็ใช้งานได้ครับ

    จึงเรียนมาเพื่อทราบ :D

  5. ขอบคุณมากครับที่แบ่งปัน สิ่งดีๆ

  6. kannique says:

    ครีมมะขามพะเยา says:

    ยินดีครับ :)

  7. ผมลองสมัคร MailChimp ได้แล้ว ใช้ได้ผลเป็นไงจะมาแจ้งนะครับ ขอบคุณ chapterpiece มากๆ ครับ

Leave a Reply