วิธีการป้องกันลูกน้องโยนงาน

Posted by kannique On January - 28 - 201015 COMMENTS
1 Star2 Stars3 Stars (No Ratings Yet)
Loading ... Loading ...

เหตุการณ์ที่เกิด

หนึ่งในปัญหาที่ท้าทายของ Project Manager ส่วนใหญ่ก็คือการที่ไม่สามารถจะพูดว่า “ไม่” นั่นเองครับ (ใจดี ปฏิเสธใครไม่เป็น) ลองพิจารณาจากตัวอย่างนี้นะครับ ลูกน้องเดินเข้ามาหาเราพร้อมกับปัญหาของเขา

ที่พูด: “หัวหน้าครับผมมีปัญหาแบบนี้ครับ ผมอยากจะได้คำแนะนำจากหัวหน้าอะครับ”

แต่ที่คิด: “หัวหน้าครับผมมีปัญหาแบบนี้ครับ ช่วยแก้ปัญหานี้ให้ผมหน่อยซิครับ”

อ่าว … แย่หละซิครับ ถ้าเราไม่เอะใจแล้วปล่อยเลยตามเลยจากปัญหาเขาจะกลายมาเป็นปัญหาเราแบบไม่รู้ตัวครับ เราจะจัดการกับสถานการณ์นี้ยังไงดี? (ท่องไว้ในใจเลยครับว่า คนจริงใจต้องนิ่ง :P )


หนึ่ง

พยายามตัดปัญหาที่ไม่เกี่ยวกับตัวเรา หรือเราไม่จำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้องออกไปซะ คงไม่ถึงขนาดตัดเยื่อใยไม่ช่วยหรอกนะครับ แต่อาจจะเป็นการแนะนำคนที่เขาควรจะไปคุยด้วยจริงๆให้มากกว่า


สอง

ถ้าเราจำเป็นต้องเข้าไปจัดการปัญหานั้น เราต้องทำให้แน่ใจว่าเมื่อลูกน้องเราเดินกลับออกไป เขายังคงรู้สึกว่าปัญหานั้นยังคงเป็นของเขา ไม่ใช่ของเรา วิธีการก็เช่น พยายามอย่าพูดว่า “โอเค เดี๋ยวผมจัดการต่อให้” แล้วก็ปล่อยเขาเดินออกไปจากห้อง ผมคิดว่ามันควรจะเป็นว่า “โอเคครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าคุณควรจะส่งอีเมล์ไปหาคุณ ก. โดยตรงนะ แต่ cc ผมไว้ด้วย ถ้าคุณ ก.ตอบมาแล้วผมจะช่วยรีวิวให้อีกที” แบบนี้ลูกน้องเราก็จะรู้สึกว่าได้รับความช่วยเหลือในขณะเดียวกัน เค้าก็ยังรู้สึกว่างานก็ยังเป็นของเค้านะ


สาม

ถ้าเราจำเป็นจะต้องเข้าไปติดตามตรวจสอบปัญหานั้นอย่างต่อเนื่องหละก็บอกลูกน้องไปว่าการตัดสินใจต่างๆที่จะเกิดขึ้นเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างเขาและเราและปัญหานั้นก็ยังเป็นของเขาอยู่ จากเหตุการณ์ข้างบน เราอาจจะบอกเขาเพิ่มเติมไปว่า “ถ้าคุณ ก.ตอบมาแล้ว เรามาคุยเรื่องนี้กันอีกทีนะ” เป็นต้นครับ


เมื่อเขารู้แล้วว่าจะโยนปัญหามาให้เราจัดการคนเดียวนั้นทำไม่ได้ เขาก็จะเรียนรู้ที่จะตัดสินใจและแก้ปัญหานั้นด้วยตัวเองได้ซึ่งจะเป็นการช่วยให้เราไม่เสียเวลาในเรื่องที่ไม่จำเป็นมากเกินไปครับ วิธีการนี้ผมคิดว่าใช้ได้กับทุกอาชีพ ทุกตำแหน่งนะครับ ลองเอาไปปรับใช้กันดูครับ หรือเพื่อนๆอยากแชร์แนวทางการจัดการปัญหานี้ด้วยวิธีอื่นก็ยินดีมากครับผม


Related posts:

  1. มาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานกันเถอะ – ภาค 1

15 Responses to “วิธีการป้องกันลูกน้องโยนงาน”

  1. TSAdvanced says:

    ใช้ได้เลยครับ ขอบคุณมากครับ

  2. kannique says:

    TSAdvanced says:

    ยินดีครับผม :D

  3. rackmanager says:

    ผมเลือกวิธีสองน่ะคัรบ ทำเป็นประจำซะด้วยซิ ผมมักจะบอกว่าโทรติดต่อคนนู้นคนนี้ดู หรือว่า เบื้องต้นถ้าหากว่าผมให้คำแนะนำอะไรได้เพิ่มเติมก็จะทำครับ เหตุผลหลักผมคิดว่าการที่ลูกน้องเค้าเข้ามาบอกปัญหาของเขาเพราะต้องการให้งานหรือเรื่องปัญหาของเขาเหล่านั้นเป็น priority แรก หากว่าต้องการการประสานจากแผนกอื่นๆ ครับ เพราะตัวผมเองแล้วผมก็สามารถที่จะบอกแผนกอื่นๆนั้นได้ว่า ต้องจัดการเรื่องด่วน (หรือไม่)
    ซึ่งผมก็ว่าไม่เป็นไรน่ะครับถ้หากว่าอยากจะทำให้ผมรับทราบถึงปัญหานั้นแล้วถ้าผมรู้ว่ามันน่าจะเป็นปัญหาเร่งด่วนแล้วผม push งานเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาดังกล่าวได้เร็วขึ้น แต่ถ้าหากว่าดูๆแล้วไม่ค่อยเท่าไหร่ก็แนะนำให้เค้าประสานกันเองอยู่ดีน่ะครับ
    ?
    ?

  4. kannique says:

    rackmanager says:

    ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับ ผมก็ใช้วิธีการเดียวกันเลยครับ หลังจากนั้นก็คอยถามอยู่เรื่อยๆว่าแก้ปัญหาได้รึยัง ยังต้องการความช่วยเหลือตรงไหนเพิ่มเติมบ้างมั้ยครับ

  5. yo! says:

    พอดีเรากำลังเรียนอยู่ จะเป็นเรื่องงานคอมมากกว่า อะไรก็เรา
    ใช้ไม่ได้ซักวิธีเลยค่ะ มันจะพูดมาซ้ำๆว่า ทำไม่ได้ ทำไม่เป็น ช่วยหน่อย
    พอบอกให้ทำเองแล้วหรือ บอกให้เค้าคิดว่ายังเป็นปัญหาของเค้าอยู่
    เค้าก็ยังจะบอกว่า ใช้คอมไม่เป็น หรือตั้งใจจะใช้เราเท่านั้น
    ทั้งๆที่ตัวเองไม่พยายาม ที่จะศึกษาเลย งานนี้ใครของใครของมันจริงๆ ครูก็สอนแล้วนะคะ TT
    บางคนถึงกับร้องไห้ เพื่อขอให้ทำเลยค่ะ = =

  6. kannique says:

    yo! says:

    สวัสดีครับ ขออนุญาตเรียกตัวเองว่าพี่ละกันนะ พี่คิดว่ามันต่างกันอยู่นะครับสำหรับการทำงานกับการเรียน ถ้าเป็นคนที่ทำงานแล้ว (เป็นลูกจ้างเค้า) มันจะมีความกดดัน ความรับผิดชอบที่ค้ำคออยู่พอสมควร นั่นคือ … ไม่ทำไม่ได้ ไม่ทำก็ตกงาน แต่ถ้าเป็นนักเรียน นักศึกษา ความรู้สึกกับสถานการณ์ก็อีกแบบนึงไปเลยซึ่งวิธีที่พี่แนะนำก็ดูไม่เหมาะเท่าไร

    พี่เองก็เคยเจอแบบนี้มาเหมือนกันครับ อย่างที่บอกไว้ว่า “คนจริงใจต้องนิ่ง” เราต้องพยายามสร้างภาพลักษณ์ที่ดูว่า “พึ่งได้ แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง” อย่างที่น้องเจออยู่:

    - เป็นไปได้มั้ยที่เราจะบอกเพื่อนๆว่า “สอนได้ แต่ไม่ทำให้”

    - เป็นไปได้มั้ยถ้ามีเพื่อนมากกว่า 1 คนหวังพึ่งน้อง น้องจะบอกให้เค้าทั้งหมดมานั่งฟังที่น้องสอนพร้อมๆกัน

    - เป็นไปได้มั้ยที่น้องจะให้คำแนะนำแล้วปล่อยให้เค้าไปทำเอง (ถ้าเป็นงานที่เฉพาะของใครของมันจริงๆ)

    - สำัคัญที่สุด เป็นไปได้มั้ยที่น้องจะกล้าปฏิเสธคำขอร้องจากเพื่อนๆที่ให้น้องทำทุกอย่างให้ทั้งหมด

    ถ้าเป็นงานกลุ่มก็จำไว้ว่าคนไหนไม่่ช่วย … ทีหลังก็ไม่ต้องไปอยู่กลุ่มเดียวกับเค้า พี่เองก็ทำแบบนี้แหละครับสมัยเรียน ดูเหมือนว่าจะโหดร้ายซักหน่อย แต่ก็ช่วยไม่ได้นะ เรามีงานของตัวเองต้องทำ และจริงๆแล้วเราหวังดีกับเค้านะ ที่อย่างให้เค้าทำอะไรๆด้วยตัวเองเนี่ยะ

    จะว่าไปสถานการณ์แบบนี้ใช่จะมีแต่ข้อเสียนะครับ ข้อดีก็มีเหมือนกัน เช่นถ้าน้องช่วยสอนหรือแนะนำงานให้เพื่อนๆ น้องก็จะได้มีความรู้ในเรื่องนั้นๆมากขึ้นไปด้วย อีกอย่างน้องน่าจะภูมิใจในตัวเองที่เพื่อนคิดว่าน้องเก่งและพึ่งพาได้ก็เลย มาขอให้ช่วย (มีกำลังใจขึ้นปะ? 55)

  7. gingtalk says:

    - เป็นไปได้มั้ยที่เราจะบอกเพื่อนๆว่า ?สอนได้ แต่ไม่ทำให้?
    เคยพูดครับ เพื่อนมันว่าแค่นี้ช่วยไม่ได้…..เอะ … ก็ช่วยสอนอยู่นี่ไง

  8. HIDE says:

    ถูกต้องแล้วครับช่วยสอนดีกว่าครับ และก็ยกประโยค ประโยคนี้ให้เค้าฟัง
    “ถ้าเรามัวแต่กินปลาที่คนอื่นจับให้กิน แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งคนที่จับปลาให้เรากินจากไป เรามิต้องอดตายหรือ ทำไมเราไม่ลองหัดจับปลาดูล่ะ”
    ?
    ส่วนคนที่คอยทำให้เพื่อนตามคำขอ ไม่รู้จักปฎิเสธบ้าง ก็ขอให้คิดเหมือนกันนะครับ ว่า
    “ถ้าเราจะจับปลาให้เขากิน เราก็จะต้องจับให้อยู่เรื่อยๆ แต่ถ้าเราสอนให้เค้าจับปลา วันหลังเค้าก็จะจับปลากินเองได้ ไม่ต้องเป็นภาระของเรา “

  9. kannique says:

    HIDE says:

    เห็นด้วยมากๆครับ Mr. HIDE อิอิ

  10. iPound says:

    ขอบคุณสำหรับหัวข้อดีๆ ครับ
    ถ้าเป็นไปได้ อยากรู้วิธีป้องกันเพื่อนร่วมทีมที่อาวุโสกว่า หรือ หัวหน้า (รวมทั้ง project manager) โยนงานมาส่วนที่เค้าต้องทำมาให้เราด้วยครับ
    เคยเจอเคสที่เค้าไปตกลงกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น หรือแม้แต่กับลูกค้าว่าจะรับงานส่วนนี้มาทำ แต่เอาเข้าจริง ไม่เคยทำงาน เอาแต่หน้า ฝากให้คนอื่นทำตลอด ด้วยเหตุผลร้อยแปดพันเก้า
    โดยปกติ ถ้าผมว่างก็ยินดีที่จะช่วยนะ แต่บางที่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะตัวเราเองก็มีงานล้นมืออยู่แล้ว การจะปฏิเสธแต่ละทีก็ช่างยากลำบากเหลือเกิน ไม่ทราบว่าพอมีวิธีอะไรแนะนำไหมครับ
    ?
    ?
    ?
    ?
    ?

  11. kannique says:

    iPound says:

    ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์ครับ ปัญหานี้ผมว่าส่วนใหญ่ก็คงเคยเจอกันทั้งนั้น ผมว่าก่อนอื่นเราลองคิดแบบนี้ดูก่อนครับว่า การที่เราได้ทำงานเยอะเราก็จะรู้เยอะและเก่งขึ้นในที่สุด โอเคหละ เค้าเอาความดีความชอบไปหมดแต่อย่างหนึ่งที่เค้าเอาไปจากเราไม่ได้คือความรู้ และประสบการณ์ที่เราได้จากการทำงานนั้นๆครับ
    แต่ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ เราก็คงต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว ลองดูครับ

    ตั้งลิมิตของตัวเอง: เราพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำงานให้เสร็จแล้วมันไม่เสร็จจริงๆ เราก็คงรู้แล้วหละครับว่าลิมิตของเราอยู่ที่ไหน ถ้ามีงานอื่นเข้ามาแล้วทำให้เกินลิมิตเรา … ปฏิบัติการขั้นต่อไปครับ

    คุยกับหัวหน้า: ถ้างานยังหนักเกินไปอยู่ เราก็ควรจะคุยกับหัวหน้าตรงๆครับ ก่อนคุยก็เตรียมตัวไปซักนิดนึงหาทางออกสำหรับปัญหานี้ไว้ด้วยจะดีมาก เช่น

    • ขออนุญาตหัวหน้าว่าเราจะมอบหมายงานนี้ (Delegate) ต่อให้น้องในทีมที่พอจะทำได้นะ หรือ
    • ต่อรอง (Negotiate) ขอเลื่อนวันส่งงานกับหัวหน้า แต่ครั้งนี้เราต้องมั่นใจว่าเราจะทำเสร็จได้ตามวันที่ขอเลื่อนไปจริงๆนะครับ บวกกับให้เหตุผลประกอบไปด้วยว่าเรามีงานเยอะมากแค่ไหน แล้วเราอยากทำทุกงานให้ออกมาได้ดีมีคุณภาพครับ หรือ
    • ให้หัวหน้าช่วยจัดลำดับความสำคัญ (Prioritize) งานที่มี เราจะได้รู้ว่าต้องทำอะไรก่อนอะไรหลังครับ

    ทั้งสามวิธีนี้จะใช้พร้อมกันก็ได้นะ ผมว่าน่าจะได้ผลมากขึ้นด้วย

    ตอบปฏิเสธอย่างมีศิลปะ: เอาหละ ทั้งหมดที่ทำมาไม่ได้ผล … เราก็คงต้องปฏิเสธงานนี้ไป เราควรจะพูดยังไงให้ดูดีนิดนึง?

    • ถ้าเราต้องปฏิเสธเพราะไม่มีเวลาจะทำงานนั้น เราก็ควรจะเตรียมรายละเอียดงานที่เราต้องรับผิดชอบอยู่ในตอนนี้ไปให้หัวหน้าดูครับ เพราะว่าถ้าหัวหน้ารู้ว่าเรางานเยอะแล้ว เค้าอาจจะมอบหมายงานนี้ให้คนอื่นทำ หรือถ้าเค้าต้องการให้เราทำจริงๆ เค้าจะช่วยจัดลำดับความสำคัญกับงานทั้งหมดที่เรามีให้ใหม่ก็ได้
    • ถ้าเราต้องปฏิเสธเพราะว่าเราไม่มีทักษะหรือความรู้จะทำงานนั้น ก็บอกหัวหน้าไปตามตรงครับ ดีกว่าแกล้งทำเป็นว่าเราทำได้ ถ้าผลงานออกมาแย่มันจะได้ไม่คุ้มเสีย
    • เมื่อถึงเวลาต้องพูดว่า “ไม่” จริงๆแล้ว เราควรเริ่มด้วยคำที่สุภาพนุ่มนวล ตามด้วยเหตุผลที่ต้องปฏิเสธ ปิดท้ายด้วยคำแนะนำหรือทางออกที่เราเตรียมมาแล้ว เช่น “ผมต้องขอโทษจริงๆครับที่ต้องปฏิเสธงานนี้เพราะว่าผมติดงานใน Project A ยาวทั้งเดือนนี้เลยครับ งั้นแบบนี้ได้มั้ยครับ แบ่งงานครึ่งนึงให้คนอื่นทำก่อนแล้วเมื่อผมเสร็จงานแล้วจะมาช่วยทำที่เหลือให้ครับ” อะไรแบบนี้ฮะ บางครั้งเราก็ต้องทำใจว่าจะปฏิเสธแบบถอนรากถอนโคนกับหัวหน้ามันก็ลำบากจริงๆ

    สำหรับอีกประเด็นเรื่องหัวหน้าชอบเหมาความดีความชอบไว้คนเดียว … ผมก็เคยเจอครับ (ตอนนี้แก้ปัญหาไปได้ละ ถึงแม้จะใช้เวลานานก็ตาม) ที่ผมทำก็คือหาโอกาสคุยกับหัวหน้าของหัวหน้าหละครับว่ามันมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ผมไม่ได้สนใจว่าจะเอาความดีความชอบที่ผมทำ แต่ที่ผมต้องการคืออยากให้หาทางปรับปรุงนิสัยที่ชอบไปรับปากส่งๆกับคนนู้นคนนี้ แล้วก็มาโยนงานให้ผมทำครับ

    ผมก็ไม่แน่ใจว่าบริษัทของคุณ iPound จะเปิดกว้างแค่ไหนกับการทำแบบนี้ แต่ก็ลองรับไว้พิจารณาหน่อยก็ดีนะครับ

    หวังว่าจะได้ประโยชน์จากคำตอบนะครับ

    ปล. ขอโทษที่ตอบช้า ช่วงนี้งานยุ่งหนักเลยครับ

    ?

  12. Koi says:

    แล้วถ้าเรามีปัญหา คิดไอเดียในการแก้ปัญหา แล้วแชร์กะ PM วิธีจะโอกว่าหรือเปล่าคะ

  13. kannique says:

    RE: Koi says:

    ผมคิดว่านั่นเป็นวิธีการที่ดีมากครับ เพราะอะไร?

    เพราะว่าเราเริ่มที่การช่วยตัวเองก่อน นั่นคือการลองคิดหาวิธีแก้ไขปัญหา ตรงนี้แสดงให้เห็นว่าเราตระหนักถึงปัญหาและต้องการแก้ไขมันจริงๆ โดยไม่ได้ฝากชีวิตหรือความหวังไว้กับใคร

    ถ้าผมเป็นหัวหน้าหรือ PM ผมจะปลื้มเลย ถ้ามีน้องๆในทีมกล้าที่จะบอกปัญหาพร้อมทั้งทางแก้ไขในมุมมองของเค้า โอเคหละว่าภาระอาจจะตกอยู่กับผมในฐานะ PM บ้างก็ไม่เป็นไร มันเป็นหน้าที่อยู่แล้ว แต่ความรู้สึกร่วมรับผิดชอบจะเป็นของทั้งสองฝ่าย นั่นคือตัวน้องเองที่เสนอทางแก้มา และตัวผมครับ

  14. tan says:

    ขอบคุณค่ะ ไว้จะเอาไว้ใช้กับผู้จัดการบ้าง อิอิ

  15. เป็นวิธีการที่เยี่ยมครับ เดี๋ยวเอาไปใช้บ้าง

Leave a Reply