สองบทความที่ผ่านมากล่าวถึงทฤษฎีว่าด้วยเรื่องของการวางแผนโครงการ (project planning) สำหรับบทความนี้ผมจะยกตัวอย่างของแผนโครงการที่ถูกเขียนขึ้นตามหลักการทฤษฎีดังกล่าวครับ
ก่อนอื่นเรามาทบทวนกันซักนิดว่าองค์ประกอบที่สำคัญของแผนโครงการมีอะไรบ้าง อย่างแรกได้แก่ Statement of Work (SOW) สองคือ project specification สาม milestone schedule และสุดท้ายคือ Work Breakdown Structure (WBS) เมื่อความรู้แน่นขนาดนี้ เรามาลงมือวางแผนพร้อมกันเลยครับ
Statement of Work (SOW)
สำหรับ Statement of Work นั้นหลักๆเลยก็ต้องมีวัตถุประสงค์ของโครงการ (project objective) และผลลัพธ์ที่ต้องการ (list of deliverable) ตัวอย่างเช่น
The iStore project has objective to support customer shopping with RFID to be installed in 282 branches within 18 months under the budget of 3,500 million baht. The project scope includes the following tasks:
- Project feasibility study
- System requirements engineering and design
- Equipment procurement and installation
- System development and integration
- Technology transfer and users training
- System commissioning and tuning
- Maintenance and on-site service for 12 months
The project deliverable will include, but not limited to,
- Designed system
- System document
- Training packages
- Project reports
จุดที่ผมอยากเน้นจุดแรกคือการเขียนวัตถุประสงค์ของโครงการครับ ผมเขียนวัตถุประสงค์(ตัวอักษรสีเขียว)โดยใช้หลักการ SMART objective (ซึ่งผมคิดว่าเพื่อนๆหลายคนน่าจะรู้จักหลักการนี้อยู่แล้ว ผมไม่ขออธิบายเพิ่มเติมในบทความนี้) ดังนี้ครับ
S = Specific: ความเฉพาะเจาะจงที่ผู้อ่านเข้าใจได้อย่างชัดเจนก็คือ โครงการมีขึ้นเพื่อติดตั้งระบบ RFID ให้กับสาขาทั้งสิ้น 282 สาขา
M = Measurable: วัตถุประสงค์นั้นต้องสามารถประเมินผลได้ซึ่งการที่เราระบุตัวเลขต่างๆลงในวัตถุประสงค์นั้นจะช่วยให้เราประเมินผลความคืบหน้าหรือความสำเร็จได้ง่ายขึ้นมากทีเดียว เช่น ติดตั้งระบบให้กับ 282 สาขาภายใน 18 เดือนด้วยงบประมาณ 3,500 ล้านบาท
A = Attainable: วัตถุประสงค์นั้นต้องสามารถทำได้จริงทั้งในแง่ของผลลัพธ์ งบประมาณ และระยะเวลาที่ใช้ ซึ่งที่ผมยกตัวอย่างมานั้นก็ดูแล้วน่าจะทำได้จริง
R = Relevant: วัตถุประสงค์นั้นจะต้องตรงประเด็นและเข้ากันได้กับสถานการณ์โดยรอบของโครงการ (project) สำหรับกรณีนี้โครงการใหญ่ (program) คือโครงการที่ต้องการเพิ่มยอดขายให้กับบริษัท โครงการ iStore ถูกจัดเป็นโครงการย่อยภายใต้โครงการใหญ่อีกที ดังนั้นวัตถุประสงค์ของ iStore จะต้องเข้ากันได้กับวัตถุประสงค์ของโครงการใหญ่นั่นคือเพื่อเพิ่มยอดขาย
T = Time-Specific: วัตถุประสงค์ที่ดีต้องมีการกำหนดระยะเวลาในการบรรลุผลด้วย สำหรับ iStore นั้นกำหนดเวลาคือ 18 เดือน
สำหรับตัวอักษรสีน้ำเงินนั้นเป็นการระบุกลุ่มงานคร่าวๆซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างลูกค้าและผู้จัดการโครงการและโดยทั่วไปแล้วจะถูกเขียนไว้ในข้อเสนอโครงการ (project proposal) หรือหนังสือสัญญา (contractual document) ด้วย เราจะเรียกกลุ่มงานนี้ว่า Contractual Work Breakdown Structure (CWBS) ก็ได้ครับ หลังจากที่กำหนด CWBS ?แล้ว ผู้จัดการโครงการจะส่งข้อมูลนี้ให้ผู้จัดการตามสายงาน (line manager) เพื่อไปขยายผลสร้างแผนงานอย่างละเอียด (WBS) ต่อไป
ตัวอักษรสีแดงคือผลลัพธ์ที่ต้องการ (list of deliverables) เป็นการกำหนดว่าเมื่อเสร็จสิ้นโครงการแล้วจะต้องมีอะไรถูกส่งมอบให้ลูกค้าบ้าง ข้อมูลส่วนนี้จะถูกใช้อีกครั้งตอนที่เราระบุกำหนดการของเป้าหมาย (milestone schedule)
Project Specification
ขั้นที่สองเราจะต้องกำหนดรายละเอียดและข้อกำหนดของโครงการ (project specification) ครับ สำหรับโครงการ iStore มีรายละเอียดดังนี้ (ตรงนี้เป็นข้อมูลตัวอย่างนะครับ อาจจะไม่ใช่ตัวเลขหรือมาตรฐานที่มีอยู่จริงครับ)
- All hardware and software requirements will be according to RFP-01-0246.
- All electricity installation standards will be complied with MEA-0125-2547 and NEMA latest version.
- All data and communication device installation must be complied with ITU.
Milestone Schedule
นอกจากจะเป็นส่วนที่กำหนดวันเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการแล้ว ส่วนนี้จะเป็นการขยายความของผลลัพธ์ที่ต้องการ (list of deliverables) โดยระบุเวลาส่งมอบผลลัพธ์ให้กับลูกค้า การกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้จัดการโครงการติดตามความก้าวหน้าของโครงการได้ง่ายขึ้นครับ ตัวอย่าง milestones ของโครงการ iStore คือ

Work Breakdown Structure (WBS)
เราควรจะอ้างอิงถึงกลุ่มงานคร่าวๆที่อยู่ใน SOW (ตัวอักษรสีน้ำเงิน) เพื่อนำมาขยายความสร้างเป็นแผนงานอย่างละเอียด (WBS) ด้วยการกำหนดให้กลุ่มงานคร่าวๆนั้นเป็น task (ระดับที่3) ของ project (ระดับที่ 2) ใน WBS (ผมอ้างอิงถึงทฤษฎีในบทความที่แล้วนะครับ) ตัวอย่างเช่น

จากตัวอย่างข้างบนจะเห็นว่าโครงการใหญ่ (program) คือ iSell ซึ่งประกอบด้วยโครงการย่อยสามโครงการได้แก่ iStore, iLogistic และ iCRM ครับ การเขียน WBS ของโครงการย่อย iStore จะเริ่มจากระดับที่ 2 (project) เราก็ใส่ชื่อโครงการของเราไปได้เลย จากนั้นในระดับที่ 3 (task) อย่างที่แนะนำไว้เราจะกำหนดงานให้กับโครงการได้ง่ายๆโดยการเอากลุ่มงานคร่าวๆที่อยู่ใน SOW มาใส่ลงไปเลย ถึงตรงนี้จะว่าไปก็หมดหน้าที่โดยตรงของผู้จัดการโครงการ (project manager) แล้ว
ระดับที่ 4-6 นั้นจะเป็นความรับผิดชอบของผู้จัดการตามสายงาน (line manager) ที่จะไประบุรายละเอียดต่างๆให้ครบถ้วน เริ่มต้นจากกำหนดงานย่อย (sub-task) ในระดับที่ 4 กำหนดขั้นตอนการทำงาน (work package) ในระดับที่ 5 และสุดท้ายกำหนดทรัพยากรที่ต้องการ (level of effort) อันได้แก่บุคคลากร ระยะเวลา และงบประมาณที่ต้องใช้ในระดับที่ 6 ซึ่งเป็นระดับสุดท้ายครับ
Term Definition
อันนี้แถมครับ เราควรจะเขียนคำอธิบายสำหรับคำศัพท์ (term) ต่างๆที่เราใช้ในแผนโครงงานของเราด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งคำศัพท์สำหรับผลลัพธ์ที่ต้องการ (list of deliverables) เพื่อเป็นการป้องกันการเข้าใจผิดหรือตีความความหมายผิดในระหว่างการทำงานจริง อีกอย่างที่สำคัญอย่างยิ่งคือถ้าแผนโครงงานเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารสัญญา การที่เราระบุความหมายของคำศัพท์ต่างๆให้ชัดเจนจะช่วยให้เรามีภูมิคุ้มกันทางด้านกฎหมายไปในตัวด้วยครับ
หลักการในการเขียนคำอธิบายก็คือเราต้องระบุความหมายที่ชัดเจนและต้องระบุด้วยว่าอะไรที่จะนับรวมหรือไม่นับรวมในคำศัพท์คำนี้ ตัวอย่างเช่น
Term: Designed system
Meaning: A system comprises subsystem, modules, network devices, computer hardware, software, firmware, documentation to be put together as a single unit for user(s) to use for their day-to-day operation. The designed system is to be used for procurement and installation.
Term: System document
Meaning: All related documents pertaining to designed system, i.e. user manuals, reference manual, etc.
Term: Training packages
Meaning: List of training courses and course contents to be trained for the trainers and the end users.
Term: Project reports
Meaning: All reports to be used to coordinate and inform the project community.
เมื่อเอาข้อมูลทั้งหมดมารวมกันก็น่าจะเป็นแผนโครงการที่ดีพอสมควรซึ่งใช้ได้จริงในการทำงาน หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆนะครับ ขอบคุณครับ
ปล. บทความสำหรับอ่านเพิ่มเติมครับ กระบวนการวางแผน (๓) – Work Breakdown Structure – WBS
Related posts:

(3 votes, average: 2.67 out of 3)

[...] และเพิ่มงาน (Task) สำหรับ Peer Review ลงในแผนโครงการ (Project Plan) [...]
[...] เป็นไปได้ยากมากๆที่เราจะใช้ Project Plan ฉบับเดิมตั้งแต่ต้นจนจบโปรเจก [...]
[...] requirement และในส่วนของ project management ซึ่งต้องทำ estimation and planning ความไม่สมบูรณ์ของ requirement [...]
ดีมากครับ อ่านแล้วเข้าใจเลย ขนาดไม่มีความรู้มาก่อน
เขียนอธิบายได้กระจ่างดีครับ จะขอติดตามอ่านเสริมสร้างความรู้ต่อไปคับ
เพิ่งเจอกับตัวเลย review SOW จนตาลาย คือที่บริษัทที่ทำอยู่ ปกติจะใช้ SOW กับกรณีที่มีการซื้อ software จาก vendor ข้างนอก ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเลยคือ
เรื่องของการตรวจทาน requirement ปกติหลังจากที่เราได้ส่ง requirement ไปให้ทาง vendor แล้วให้ vendor ทำ SOW กลับมา ซึ่ง SOW ที่กลับมานั้นจะมีลักษณะเป็น framework ทำให้เรารู้ได้ว่า สิ่งที่ vendor จะต้องทำ สิ่งที่ทางเราต้องเตรียมมีอะไรบ้าง และมี requirement ข้อไหนขาดบ้าง
สำหรับเรื่องการจ่ายเงิน ทาง PM อาจจะไม่ได้ประโยชน์เท่าไหร่ แต่มันจะมีประโยชน์สำหรับทางด้านบัญชี/การเงิน ที่จะนำ SOW ไปกำหนด payment term ว่าจะแบ่งเป็นกี่งวด ‘งวดล่ะเท่าไหร่ เพื่อจ่าย vendor
อย่างไรก็ดี SOW ก็เป็น 1 ในเอกสารที่ใช้ในตอนเริ่ม project เพื่อกำหนด framework เราอาจจะต้องใช้ร่วมกับเอกสารอื่นๆ อีก เช่น สัญญา proposal ซึ่งแล้วแต่บริษัทอะครับ
[...] สถานการณ์นี้ผมคิดว่า Milestone สำคัญครับ Milestone ก็คือเหมือนเราปักธงเอาไว้ว่า วันนี้ต้องมีงานนี้ งานนี้ งานนี้เสร็จ วันพุธหน้าต้องมีงานนั้น งานนั้น งานนั้นเสร็จ ตั้ง Milestone ให้ดีจะช่วยให้เราตามงานได้ง่ายขึ้น อ่านเพิ่มเติมได้จากที่นี่ครับ [...]
แง่ววว ดูโง่ไปเลยเรา อ่านแค่รู้ว่ามีอะไร แต่ไม่เห็นภาพ เพราะไม่เคยคลุกคลีกะงานพวกนี้ป่าวค่ะ
ต้องมีพื้นฐานด้าน Software Development มาซักหน่อยครับ อ่านแล้วจะเห็นภาพมากขึ้นเยอะ