ในฐานะคนนัดประชุม คุณมาถึงห้องประชุมก่อน 5 นาที นั่งรอจนถึงเวลาที่นัดไว้ ในห้องมีแค่คุณและเพื่อนร่วมงานอีก 2 คน ทั้งๆที่คุณส่งเทียบเชิญไป 10 คน แสดงว่าอีก 7 คนยังไม่มา (70% เลยนะนั่น) ถ้าคุณเจอสถานการณ์นี้ คุณจะทำอย่างไร?

  • นั่งรอต่อไปให้คนที่สายทั้ง 7 คนนั้นมากันพร้อมหน้า หรือ
  • ไม่รอ เริ่มประชุมไปเลยกับคนที่มาแล้ว 2 คน
กรุณาตอบด้วยความซื่อสัตย์ … ผมเลือกข้อสองอะ มันก็น่าจะดีไม่ใช่หรอที่รอให้มากันครบๆก่อนค่อยเริ่มประชุม :-( หยุดตรงนี้ซักแป๊บ … ถ้าคิดเช่นนั้นลองดูเหตุผลตรงนี้ซักนิด
  • การรอคนที่มาสาย – มันเหมือนเป็นการทำโทษคนที่มาตรงเวลาไปกลายๆ … อ่าว มาก่อนแล้วนะ ทำไมต้องรอคนที่สายด้วยหละ แทนที่ประชุมจะได้เสร็จเร็วๆจะได้เอาเวลาไปทำงานอย่างอื่นบ้าง
  • การรอคนที่มาสาย – มันไม่ได้เป็นการสร้างวินัยหรือความเคารพต่อการตรงต่อเวลาเลย มันเหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่า เฮ้ย คนมาสายเป็นคนที่มีสิทธิมากกว่าคนมาเร็วนะ ไปสายก็ได้แหละ เค้าต้องรอเราอยู่แล้ว
เมื่อรู้ดังนี้แล้ว เรามาวางกฎการประชุมซะใหม่ดีมั้ย
  1. ในฐานะเจ้าของการประชุม เราต้องไปถึงห้องประชุมก่อน 5 นาที ด้วยประโยชน์หนึ่งไปยืนกดดันคนใช้ห้องก่อนหน้าให้รู้ว่ามีคนจะใช้ต่อนะจ๊ะ และสองเราจะได้มีเวลาจัดนู่นนี่นั่น เช่น ถ้าต้องเขียนหัวข้อประชุมสำคัญบนบอร์ด หรือต้องจัดการต่อโน๊ตบุ๊คกับโปรเจกเตอร์ อื่นๆ
  2. เมื่อถึงเวลาปุ๊บ เริ่มประชุมทันทีด้วยการใช้เวลาช่วงแรกกล่าวถึงหัวข้อประชุมสำคัญสำหรับวันนี้รวมถึงบอกวัตถุประสงค์ที่เราต้องการจากการประชุมครั้งนี้ด้วย … ตรงนี้อาจจะมีคำถาม อ่าว ถ้ายังไม่มีใครมากันเลยหละ เราจะทำยังไง? ขอเล่าเรื่องให้ฟังครับ อาจารย์สมัยปริญญาตรีเคยเล่าให้ผมฟังว่า เคยมีครั้งนึงที่นักเรียนมาสายกันทั้งห้อง (ไม่ใช่รุ่นผมหรอกนะ ฮ่าๆ) อาจารย์ผมทำยังไงรู้ปะ? อาจารย์ผมเริ่มสอนไปเลยครับ พูดมันคนเดียวในห้องนั่นแหละ ไม่ต้องไปอาย คนที่ควรจะละอายคือคนที่มาสายนั่นหรอก?ถือว่าเราทำหน้าที่ของเราแล้ว
  3. ผ่านแล้วผ่านเลยครับ ใครมาสายแล้วขอให้พูดเรื่องเดิมใหม่ก็ไม่ต้องไปตามใจเค้า แบบนี้จะเป็นการส่งข้อความที่ชัดเจนครับว่า ทีหลังอย่ามาสาย … บางบริษัทมีนโยบายล็อกประตูห้องประชุมหลังจากสายไป 1 นาทีด้วยซ้ำ (โหดจัด)

ต่อไปนี้ผมก็จะทำแบบนี้กับทุกประชุมที่ผมเป็นเจ้าของครับ … เริ่มจาก?Chapterpiece.Meeting.5.5: The Future of Software Testing (again) เลยดีมั้ย? 8-O

It’s about “Why”…

Posted by kannique On May - 13 - 2012ADD COMMENTS

YYHY…

  1. ทำไม UAT ของบ้านหรือคอนโดใช้เวลาแป๊บเดียวเอง ไม่กี่ชั่วโมงไม่กี่วัน แต่ UAT ของ Software ทำกันเป็นเดือนๆ แถมไม่ยอมจบอีกต่างหาก
  2. ทำไม Software ต้องมี Test Case เยอะแยะมากมาย แล้วพวกบ้านหรืองานก่อสร้าง เค้าต้องมี Test Case มั้ย?
  3. ทำไมเวลาเค้าจะประมูลงานก่อสร้างใหญ่ๆหรือหรูๆ เค้าจะต้องออกแบบ สร้างโมเดลเป็น Prototype สวยงามจับต้องได้ แต่กับ Software ไม่เห็นจะมีเลย
  4. ทำไมลูกค้า Software ถึงคิดว่า Change เป็นเรื่องง่ายๆ คิดงี๊เลย Change ไม่หยุด
  5. ทำไม Software Change ครั้งนึง ต้องไล่เทสกันใหม่เกือบทั้งหมด
  6. ทำไมบางครั้ง Software ที่เสร็จครึ่งๆกลางๆก็ใช้งานได้ แต่กับบ้านกับคอนโดไม่ได้หรอก มีแค่ห้องนอนไม่มีห้องน้ำเนี่ยะนะ
  7. ทำไมถึงรู้สึกว่าธุรกิจบ้านหรือรถยนต์เค้าลงทุนกันหนักในเรื่องวัสดุและเทคโนโลยีที่ใช้ แต่กับ Software เห็นคิดกันจังเรื่อง Process กับเรื่องคุณภาพของคน เอ๊ะ เรามันแย่มากหรอเนี่ยะ
  8. ทำไม Software มันค่อยๆออกแบบค่อยๆสร้างได้นะ ไม่เหมือนบ้านหรือรถยนต์ ถ้าฐานราก โครงสร้างไม่ดีก็จบเลย
  9. ทำไมเมื่อรู้แล้วว่าโครงสร้างของ Software มันผิด เราก็ไม่ยอมแก้นะ ยังลุยถั่วเพิ่มนู่นนี่เข้าไปเรื่อยๆจนมันเละตุ้มเป๊ะหนักกว่าเก่า
  10. ทำไมระหว่างทำ Project เรารู้สึกว่า Software Project มีประชุมเยอะจัง เยอะมากๆ … หรือเราคิดไปเองคนเดียว?
  11. ทำไม Software ไม่ต้องมีทีม Designer แบบเป็นตัวเป็นตน ดูอย่างธุรกิจก่อสร้างซิ เค้ามีสถาปนิก อย่างรถยนต์ก็ต้องมีทีม Designer ชัดเจน หรือพวกเราเก่งจัด ออกแบบเองก็ได้ สร้าง Software เองก็ด้วย


The Future of Software Testing (again)

หัวข้อเดิมกับเพื่อนกลุ่มใหม่ …?ที่ผมเตรียมไว้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับมุมมองทางธุรกิจซะเกือบครึ่งเลยครับ เพราะส่วนตัวแล้วมันเป็นเรื่องน่าสนใจมากว่าข้างนอกเค้ามีการจัดการพวกธุรกิจ Startup กันอย่างไร กว่าจะมาเป็น Food on the Table (ชื่อแปลกๆมั้ย) กว่าจะมาเป็น IMVU.com หรือ Grockit นั้นมีกระบวนการอะไรอยู่เบื้องหลังบ้าง นั่นคือสองหัวข้อแรกที่เราจะคุยกันครับ


ที่เหลือจะเป็นเรื่อง Technical บ้างแล้ว เริ่มด้วยกระบวนการทำ Software Testing ของ Google ไล่จากตำแหน่ง Engineer ของ Google กระบวนการทำ Test Plan และ Risk-Based Testing ในแบบของ Google ครับ ปิดท้ายด้วย Cloud computing and testing ที่เราจะมาดูกันในภาพกว้างๆว่า Cloud computing คืออะไรและมันกำลังเป็น Trend ที่น่าสนใจอย่างไรในมุมของ Software Development

  1. การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจที่ส่งผลต่อ Software Development Project
  2. แนวคิดใหม่ๆในการทำ Software Development และ Software Testing
  3. ว่าด้วยเรื่องของ Google
  4. Cloud computing and testing


ทั้งหมดนี้จะว่าไปแล้วมันก็ค่อนข้างจะไกลตัวอยู่ซักหน่อยและไม่ง่ายที่จะปรับใช้กับการทำงานในบ้านเรา ว่าแล้วก็ขอปรับเปลี่ยนผังรายการเล็กน้อยด้วยการเพิ่มหัวข้อที่ 5. Sharing and Discussion เข้ามาครับ?มันคือช่วงเวลาที่ทุกคนจะได้แชร์ประสบการณ์ ปัญหา และความท้าทายที่เจอในเรื่องที่เกี่ยวกับ Software Testing โดยเฉพาะ

  • เช่น Dev ทำงานเสร็จช้า สุดท้ายมาตัดเวลาเทส
  • เช่น Requirement เปลี่ยนตลอดเวลา แก้ Test case กี่รอบก็ตามไม่เคยทัน …
  • เช่น เสียเวลาเถียงกับ Dev เพราะ “นี่มัน Feature ไม่ใช่ Bug” …
  • เช่น เอ่อ Test process คืออะไร? ผมไม่เคยรู้จัก ฮ่าๆๆ
  • อะไรอีกหละ ผมว่ามีอีกเยอะแหละ


ด้วยความคาดหวังของผมเองที่ว่าสิ่งที่ผมเล่าให้ฟังตอนต้นจะถูกหยิบเอามาใช้แก้ปัญหาที่เราเจออยู่ตอนนี้ได้บ้าง … ใครมีอะไรอยากเสริม อยากแนะนำเชิญได้เลยนะ ลงทะเบียนที่นี่ครับผม

ChapterpieceMeeting55-1

สถานที่ก็เหมือนเดิมนะครับ Art Element: School of Art แล้วเจอกันครับ :)

มาเล่าความคืบหน้าของการเตรียมตัวครับ … เรียบเรียงอยู่นาน คิดว่าการจะพูดเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับ Software Testing อย่างเดียวมันจะดูกลวงๆขาดๆอะไรไป ผมเลยลองคิดถึงรากฐานที่มาของการเปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนาไปของการทำ Software Testing ด้วยครับ ที่เห็นชัดเจนรากฐานที่ว่าคือการเปลี่ยนแปลงไปในโลกของธุรกิจโดยรวม ส่งผลให้กระบวนการทำงานแบบเดิมนั้นล้าสมัยไป ช่วงแรกสุดก็เลยจะขอเปิดด้วย (1.1) การทำงานแบบเดิมๆ (1.2) ปัจจัยที่จะทำให้ตัวผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ และ (1.3) แนวคิด-แนวปฏิบัติใหม่ๆที่กำลังได้รับความสนใจครับ ตรงนี้จะเริ่มโยงเข้าหา Software Testing ล่ะ



CM5-Part1

ช่วงที่สองจะเป็นกระบวนการทำงานแบบใหม่ที่ต่อยอดมาจากแนวคิดช่วงแรกครับ แบ่งเป็นสองส่วนที่ทำงานประสานกันได้อย่างลงตัวครับ (2.1) อะไรคือ Pretotyping หว่า ผมจะเล่าแนวคิดในการทำธุรกิจแบบใหม่ที่คิดค้นโดย Alberto Savoia (Engineering Director จาก Google) ให้ฟัง ตามมาด้วย (2.2) FrAgile มันคือ? เพื่อนๆรู้จัก Agile Development อยู่แล้วหละ แต่ FrAgile มันคืออะไร? มันเกี่ยวอะไรกับ Pretotyping จะได้รู้กันครับ


CM5-Part2-1

ช่วงที่สาม อันนี้ก็น่าสนใจมากสำหรับผม เป็นส่วนที่ผมอ่านหนังสือและบทความเยอะที่สุดแล้ว ? โดยสรุปรวมเลยครับ เราจะได้รู้กันว่า Google มีหลักการในการทำ Software Development อย่างไร, มีการจัดโครงสร้างองค์กรยังไง, Tester เค้ามีหน้าที่อะไรบ้าง ตลอดจนถึงกระบวนการเขียน Test Plan ด้วย ACC (อันนี้เจ๋งสุดๆ), หลักการทำ Exploratory Testing ด้วย Test Tours (จะพาไปเที่ยวไหนเนี่ยะ) และแนะนำเล็กๆน้อยๆถึง Test Tools ที่ Google ใช้และเปิดเป็น Open Source projects ครับ เยอะจัง


ช่วงที่สี่ ยังเป็นวุ้นอยู่ ฮ่าๆๆ ? ตั้งใจจะพูดถึงเรื่อง Cloud Computing and Testing กับ Model-Based Testing แต่ยังไม่ได้ร่างหัวข้อเลย หาข้อมูลไว้แล้วครับ ยังไม่ได้สรุปออกมาให้เป็นระเบียบ ? จะพยายามทำให้เสร็จทันเวลาครับ


ป.ล. เพื่อนๆเชื่อป่าวว่า Google มี Tester มากกว่า Developer???:mrgreen:

Chapterpiece.Meeting.5 is coming.

Posted by kannique On April - 22 - 2012ADD COMMENTS

ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้นะครับ … ขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยครับ หลังจากอ่านหนังสือและบทความเยอะมาก เยอะจนงงไปหมดแล้ว ฮ่าๆๆ ผมขอเปลี่ยนเนื้อหาการพูดคุยครั้งนี้เล็กน้อยครับ


The Future of Software Testing

ช่วงแรก … เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชื่อกิจกรรม The Future of Software Testing แต่จะเน้นไปที่เรื่องราวทั่วไปของการเปลี่ยนแปลงใน Software Industry แนวคิดใหม่ที่ชื่อว่า “Pretotyping” ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากต่อคำว่า “Testing” ตอนนี้เราจะมาดูกันด้วยว่า Google เค้ามีกระบวนการ Testing อย่างไร … และปิดท้ายด้วยเรื่องของ Cloud Computing + Model-Based Testing ในภาพกว้างครับ


หนังสือและบทความที่ผมอ่านครับ ถ้าเผื่อมีเวลาก็ลองอ่านดูได้นะ

  1. ?http://googletesting.blogspot.com/?… บล็อกที่คนใน Google มาเขียนให้อ่านว่า Google มีกระบวนการทำงานยังไงบ้าง เน้นไปที่ Software Testing ครับ ผมชอบคนนี้ครับ James Whittaker เค้า (เคย) เป็น Engineering Director ของ Google ครับ มีแนวคิดแปลกดี
  2. http://www.pretotyping.org/?… Alberto Savioa ก็เป็น Engineering Director จาก Google เหมือนกัน ?เค้าเป็นคนคิดคำว่า “Pretotyping” และเขียนหนังสือเล่มนี้ น่าสนใจมาก ลองอ่านดูครับ แป๊บเดียวจบ
  3. http://gettingreal.37signals.com/toc.php?… หนังสือเล่มนี้อ่านสองรอบแล้วก็ไม่เบื่อครับ คนเขียนคือ Jason Fried ผมว่าเค้าเป็นคนหัวคิดทันสมัยและแหวกแนวดีนะ อ่านแล้วได้มุมมอง Software Development แบบใหม่ๆเยอะครับ ไม่ใช่แค่เรื่อง Testing
  4. http://www.testingexperience.com/?… เป็นแมกกาซีนโดยเฉพาะสำหรับ Software Testing ผมดาวน์โหลดมาหมดอะ เปิดทุกเล่ม แต่ไม่ได้อ่านทุกบทความนะครับ ตายกันพอดี ฮ่าๆๆ
  5. http://www.amazon.com/How-We-Test-Software-Microsoft/dp/0735624259?… How Microsoft Tests Software เล่มนี้ก็อ่านครับ ตอนแรกตั้งใจ หลังๆเปิดผ่าน ไม่ค่อยประทับใจเท่าไร เลยขออนุญาติตัดหัวข้อนี้ออกด้วยนะครับ
  6. ดูวิดีโอใน Youtube … ก็ search ชื่อเลยครับ James Whittaker, Alberto Savioa, Jason Fried และอื่นๆ เช่น Cloud Computing, Model-Based Testing

ChapterpieceMeeting5complete

What’s Next?

ช่วงสอง … เป็นช่วงเวลาที่เราจะมาดูกันว่าเราจะประยุกต์ใช้หลักการเหล่านั้นกับงานของเราได้อย่างไร …ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิดครับ แนวคิดและการประยุกต์ใช้ก็จะแตกต่างกันไปตามแต่สถานการณ์และลักษณะของงาน แต่ผมมั่นใจนะว่ามันจะมีประโยชน์ต่อทุกคนในอนาคตแน่ๆครับ


แล้วเจอกันเสาร์ที่ 28 บ่ายโมงครับ ขอบคุณเจ้าของสถานที่มากๆด้วยครับ :)


การเดินทาง

สุดท้ายขอฝากวิธีเดินทางไปยังจุดนัดหมายที่?Art Element: School of Art?อย่างละเอียดครับ

แบบประหยัดก็รถเมล์

  1. ลง MRT ศูนย์ประชุมสิริกิต์แล้วออกประตูตลาดคลองเตยครับ
  2. จากนั้นเดินตรงไปแยกคลองเตยแล้วเลี้ยวซ้ายจะเจอป้ายรถเมล์ให้ขึ้นรถเมล์
  3. สาย 22 / 45 / 46 /115 / 116 / 149 / 507 ได้หลายสายครับ บอกเค้าลงตรงป้ายองค์การโทรศัพท์ (รถมันจะผ่านจุดสังเกตทางด้านซ้ายมือเรียงลำดับดังนี้?1.โชว์รูม BMW 2.สี่แยกเกษมราษฎร์ 3.คาร์ฟูร์ พระรามสี่ ฝั่งขวาเป็นโลตัส 4 สถานีโทรทัศน์ช่องสาม ตึกมาลีนนท์)
  4. พอถึงตึกมาลีนนท์ก็กดกริ่งลงได้เลยครับ
  5. จากนั้นให้เดินข้ามถนนเข้ามาที่ซอยอุทัยฟาร์มซึ่งจะอยู่ระหว่างองค์การโทรศัพท์กับตึก Green Tower ถ้าข้ามสะพานลอยให้หน้าเข้าป้ายรถเมล์แล้วเลี้ยวมาทางขวามือแล้วเดินตรงมาจะเจอซอยแรกเลยครับ (ก่อนถึงตึก Green Tower)
  6. เดินเข้ามาประมาณ 50 เมตรก็เจอแล้วครับ อยู่ทางซ้ายมือ

แบบด่วนก็มอเตอร์ไซค์

  1. ลง MRT ศูนย์ประชุมสิริกิต์แล้วออกประตูตลาดคลองเตยครับ
  2. จากนั้นเดินตรงไปแยกคลองเตย เจอวินมอเตอร์ไซค์ ขึ้นเลยบอกว่าไปซอยอุทัยฟาร์มตรงตึก Green Tower ครับ 30 บาท

แบบมาเป็นกลุ่มก็แท๊กซี่

  1. ลง MRT ศูนย์ประชุมสิริกิต์แล้วออกประตูตลาดคลองเตยครับ
  2. เรียก Taxi แล้วดูตามแผนที่ครับ บอกว่าไปตรงข้ามช่อง 3

แบบขับรถมาเอง

  1. มาตามเส้นทางข้างบน
  2. จอดรถที่ตึก Green Tower หน้าปากซอย ชั่วโมงละ 20 บาทครับ