การอ่านชีวประวัติ แนวความคิดและหลักการดำเนินชีวิตของคนเก่งเป็นหนึ่งในเรื่องที่สนุกสำหรับผมครับ เป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้เราได้เปิดมุมมองให้กว้างขึ้น บางครั้งก็จะได้อะไรดีๆมาปรับใช้กับชีวิตเราเอง พอดีผมไปอ่านเจอบทความที่มีชื่อว่า “The Way I Work” จาก Inc.com (ชอบเวปนี้มาก) ซึ่งส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากครับที่เราจะได้เรียนรู้ว่าคนที่สร้างเนื้อสร้างตัว สร้างธุรกิจที่มั่นคงขึ้นมา (ทั้งหมดเป็นธุรกิจบน Internet) นั้นเค้าทำได้อย่างไร เค้ามีหลักการอะไรในการทำงานและการใช้ชีวิต ผมขอถ่ายทอดต่อมาโดยใช้ตารางข้างล่างครับ
The Way I Work
The Way I Work เป็นซีรี่ย์ที่มีหลายบทความเขียนโดยนักธุรกิจรุ่นใหม่หลายต่อหลายคน แต่ที่โดนใจผมที่สุดมีอยู่สามคนครับ หนึ่ง Jason Fried ผู้ก่อตั้ง 37signals บริษัทสร้างซอฟต์แวร์เกี่ยวกับ Project Management และอื่นๆ คนนี้ผมชอบมาก เค้ามีแนวคิดที่ไม่เหมือนใคร ไม่ได้บ้านะ คือคิดด้วยตัวเอง ทำตามที่ตัวเองคิด แล้วก็ประสบความสำเร็จได้ด้วยความคิดที่ค่อนข้างจะขวางโลกนั่นแหละ
สอง Matt Mullenweg จะว่าไปผมเป็นหนี้บุญคุณเค้าเลยนะ ก็คนนี้เป็นคนเขียน WordPress ระบบที่ผมใช้ทำ Chapterpiece.com นี่แหละ ฮ่าๆ จากเด็กนักเรียนธรรมดาที่เริ่มต้นเขียน Open-source software จากในห้องนอนมาเป็นเจ้าของหนึ่งใน CMS ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก จากคนๆเดียวกลายเป็นบริษัทที่มีทีมงาน 40 คนจากทั่วโลก เก่งมากๆ
สุดท้าย Rashmi Sinha หญิงเก่งจากอินเดียที่มาได้ดิบได้ดีที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา คนนี้เป็นผู้ก่อตั้ง SlideShare.net เวปไซต์ที่เป็นแหล่งรวบรวมและแบ่งปัน Slide หรือ Powerpoint นั่นแหละ (ผมก็เป็นคนนึงที่ใช้บริการ SlideShare เหมือนกัน) ด้วยใบปริญญาเอกสาขาจิตวิทยามาเป็นเจ้าของเวปไซต์ที่มีสมาชิกมากกว่า 50 ล้านคน น่าทึ่งเนอะ
| Jason Fried @37signals.com | Matt Mullenweg @wordpress.org | Rashmi Sinha @slideshare.net |
|
|---|---|---|---|
| ตื่นนอน | 6.38 ทุกเช้าและไม่ใช้นาฬิกาปลุก | 1 ชั่วโมงหลังจากพระอาทิตย์ขึ้นและไม่ใช้นาฬิกาปลุก | ไม่มีข้อมูล |
| สิ่งแรกที่ทำ | ชงชาและผ่อนคลายซักหน่อย | พยายามไม่เข้าใกล้คอมพิวเตอร์อย่างน้อยก็ 1 ชั่วโมง | (เมื่อถึงออฟฟิศแล้ว) เช็คอีเมล์ ถ้ามีเรื่องด่วนก็จะตอบกลับทันที |
| อาหารเช้า | กินวาฟเฟิลกับถั่วพิตตาชิโอ้ ถ้าวันไหนหนาวๆก็กินข้าวโอ๊ตอุ่นๆ | ไม่กิน กาแฟก็ไม่ชอบ | ไม่มีข้อมูล |
| ออกกำลังกาย | ไปโรงยิมตอนเช้า ประมาณ 1 ชั่วโมง | ไม่มีข้อมูล | ไปโรงยิมหลังเลิกงาน |
| สถานที่ทำงาน | ก็แล้วแต่ บางครั้งทำงานที่บ้าน 1 สัปดาห์ เบื่อแล้วก็เข้าออฟฟิศ 1 สัปดาห์ | เข้าออฟฟิศสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ที่เหลือทำงานที่บ้าน | ทำงานที่ออฟฟิศทุกวัน |
| มาถึงออฟฟิศ | ประมาณ 10.30 | ไม่มีข้อมูล | ราวๆ 9.30-10.00 |
| ทำอะไรบ้าง | เขียน (เขียนบล็อกเมื่อมีอารมณ์จะเขียน) | เดินทางไปร่วมงาน WordCamps | ประชุมกับทีมงาน |
| คิดหาทางทำให้อะไรๆมันง่ายขึ้น | คิดถึงการพัฒนา Wordpress | คิดอะไรใหม่ๆให้ SlideShare | |
| บ่ายๆก็จะอ่านหนังสือหรือเปิดเวปดูนู่นนี่ (หาความรู้เข้าสมอง) | เขียนโค๊ด | คุยกับลูกค้า นักโฆษณา และนักธุรกิจ | |
| เขียนบล็อกเมื่อมีอารมณ์จะเขียน | เป็นพี่เลี้ยงให้นักธุรกิจใหม่ๆ | ||
| หลักการทำงาน | "Less is less" น้อยคือน้อย พยายามทำอะไรให้น้อยแต่มีประสิทธิภาพ | เวลาทำงานคือ 24 ชั่วโมง อยากทำ/ไม่ทำตอนไหนก็ได้ | ชอบลองผิดลองถูก แก้ไข และทำใหม่มากกว่าจะเสียเวลาคิดนานแต่ไม่ลงมือทำซักที (คิดนานก็ผิดอยู่ดี) |
| เกลียดการประชุม | พยายามเลี่ยงประชุมตอนเช้า (เร็วสุดขอซัก 11 โมงละกัน) | ไม่รับโทรศัพท์เบอร์แปลกๆ | |
| กำจัดสิ่งรบกวนออกไปให้ได้มากที่สุด | พยายามลดเวลาที่ใช้กับการรับส่งอีเมล์ (ลองดูโปรแกรมนี้ Rescue Time) | คุยกับทีมที่เดลีผ่าน Skype | |
| สร้างสมาธิด้วยการฟังเพลงเดิมซ้ำๆเป็นร้อยรอบ ปิดอีเมล์และ IM ด้วย | ใช้โปรแกรมชื่อ Pivotal Tracker เพื่อติดตามความคืบหน้าของงานทั้งที่ซานฟรานซิสโกและเดลี | ||
| เวลาที่ดีที่สุดในการทำงานคือช่วงสายๆและดึกมากๆ (ตี1-ตี5) | ไม่คุยเรื่องงานที่บ้าน | ||
| ให้ความสำคัญกับการนอน นอนได้ตลอดเวลาที่บ้านหรือที่ทำงาน กลางวันหรือเย็น | |||
| การพัฒนาธุรกิจ | ไม่มีแผนธุรกิจที่ใหญ่โตหรือยาวไกล | หาโอกาสเรียนรู้เรื่องธุรกิจจากผู้มีประสบการณ์ | ติดตามตัวเลขการใช้งานทุกวัน เช่น จำนวนคนสมัครใหม่ จำนวนคนอัพเกรดมาเป็นลูกค้าที่จ่ายเงิน |
| ไม่มีการตัดสินใจใหญ่และยาวเพราะส่วนใหญ่แล้วมันจะผิดทุกครั้งไป ตัดสินใจอะไรที่เล็กๆแล้วใกล้ตัวดีกว่า | ติดตามตัวเลขที่สำคัญทุกวัน เช่น จำนวนคนเข้า WordPress.com จำนวนคนดาวน์โหลด WordPress … | ||
| ติดตามความคืบหน้าของเวปไซต์แบบเรียลไทม์ เช่น จำนวนคนสมัครใหม่ จำนวนคนยกเลิกบริการ … | อยากสร้างให้ WordPress อยู่ได้อีกนานๆซัก 10 - 30 ปี | ||
| อยากทำให้ WordPress เป็นเหมือน Google, eBay, Amazon ที่ช่วยเป็นเครื่องมือให้ลูกค้าหาเงินได้มากกว่าที่บริษัทเหล่านั้นได้มา | |||
| การพัฒนาผลิตภัณฑ์ | ไม่ค่อยสนใจเสียงบ่น เสียงเรียกร้องให้ทำนั่น อย่าทำนี่ | พยายามพบปะพูดคุยกับลูกค้าให้มากที่สุดเพื่อเก็บข้อมูลความต้องการของพวกเขา | ใช้เวลาช่วงบ่ายพบลูกค้า |
| ทำสิ่งที่เราอยากทำ สิ่งที่เราชอบแล้วคนอื่นก็จะชอบตามไปเอง | สร้าง WordPress ให้ตรงความต้องการเหล่านั้นมากที่สุด | ใช้ Agile Software Development ที่ SlideShare มี Scrum meeting ทุกเช้าวันจันทร์ | |
| พยายามทำให้ช่วงเช้ามีเวลาให้กับงานเพื่อจะที่คิดอะไรใหม่ๆให้ SlideShare | |||
| ชอบให้มีการระดมสมองและความคิดในการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ | |||
| พกกระดาษโน๊ตติดตัวเสมอใช้เพื่อจดความคิดใหม่ๆแล้วให้ทีมงานไปต่อยอด | |||
| พนักงาน | พนักงาน 16 คน | พนักงาน 40 คนทั่วโลก | มีสองออฟฟิศ ซานฟรานซิสโกและเดลี (อินเดีย) |
| ไม่มีผู้จัดการ ไม่มีลำดับขั้นในบริษัท | ทุกคนทำงานที่บ้าน | มีห้องส่วนตัวแต่ไม่ใช้เพราะชอบทำงานใกล้ชิดทุกคนมากกว่า | |
| อย่าทำเหมือนพวกเขาเป็นเด็ก ตราบใดที่ทำงานเสร็จ ไม่ต้องสนใจว่าวันๆนึงเค้าจะทำอะไรบ้าง | คุยกันผ่าน Skype | จ้างคนที่ใช้ SlideShare อยู่แล้วเพราะคนเหล่านี้จะเข้าใจดีว่าอะไรคืออะไรและมีมุมมองของลูกค้าจริงๆด้วย | |
| พาไปเที่ยวบ้าง ปีละสองครั้ง | ร่วมงานกับคนที่สร้างแรงจูงใจในการทำงานให้ตัวเองได้ (self-motivated) และเป็นคนที่มีความสามารถแล้วปล่อยเค้าทำงานไป | มีปาร์ตี้เล็กๆทุกวันศุกร์เย็น ถึงงานจะยังไม่เสร็จเราก็ดื่มเบียร์กันได้ | |
| กลับบ้าน | 6 โมงเย็น | ไม่มีข้อมูล | ประมาณ 1 ทุ่ม |
| งานอดิเรก | ทำสวน | อ่านหนังสือธุรกิจและนิยาย | เดินเขา |
| ตีกลอง | นอน | เที่ยวชมธรรมชาติ | |
| ทำอาหาร | ฟังเพลงแจ๊ซ | อ่านหนังสือ นิยายล้วนๆ | |
| ถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ | |||
| กลางคืน | ทำงานบ้าง | สังสรรค์ | กินข้าวแล้วนอน |
| อ่านหนังสือ | ทำงาน | ไปโรงยิม | |
| ดูทีวี | สังสรรค์ | ||
| คุยงานกับทีมที่เดลีอีกนิดหน่อย |
ทั้งสามคนต่างมีสไตล์การทำงานเป็นของตัวเอง มีแนวคิดเป็นของตัวเอง … ผมคงบอกไม่ได้ว่าของใครถูกต้องหรือดีกว่า อันนี้แล้วแต่จินตนาการของเพื่อนๆนะครับ หวังว่าจะชอบกันครับ ![]()







