น้อง mibtrex ถามผ่าน chapterpiece.net ว่า “Project manager สำคัญมากแค่ไหนครับ ถ้าโครงสร้างบริษัทในการพัฒนา Software เป็นแบบบริษัท Facebook” โดยอ้างอิงจากบทความที่น่าสนใจมาก (มากๆ) ของ blognone ครับ
ผมก็ขอใช้โอกาสนี้เขียนบทความแสดงความคิดเห็นต่อคำถามของน้องเค้าเลยละกัน แต่ก่อนจะตอบคำถามได้เรามาดูว่าจริงๆแล้วบริษัท Facebook เค้าทำงานกันยังไงก่อนดีกว่า รายละเอียดนั้นหาอ่านได้จากบทความของ blognone นะครับ ผมคงไม่เขียนซ้ำแต่อยากจะเน้นให้เห็นถึงจุดสำคัญๆซึ่งเป็นที่มาของการทำงานแบบใหม่ที่ผมก็เพิ่งจะเคยเห็นนี่แหละ
Facebook, Inc. vs. Software Development Philosophy
มีบทสัมภาษณ์พนักงาน Facebook เกี่ยวกับการทำงานภายในบริษัทซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างกับการทำงานที่อื่นได้อย่างชัดเจนครับ ลองดู
พนักงาน: รู้มั้ยว่าในช่วงแรกๆของบริษัทเนี่ยะเราไม่มีคนควบคุม ไม่มีกระบวนการทำงานอะไรมากมายเลยนะ พวกเราได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากป๋ามาร์คให้แก้โค๊ดอะไรก็ได้ที่อยากทำแล้วก็ Submit มันใส่ Facebook.com ไปเลย
คนสัมภาษณ์: ยกตัวอย่างหน่อยได้มั้ยครับ?
พนักงาน: ได้ซิ อย่างฟังก์ชั่นรูปใน Facebook เนี่ยะ มีคนทำแค่สองคนใช้เวลาแค่ไม่กี่วันเองนะ ทำเสร็จก็ใส่เข้าไปในเวปได้เลย จบงาน ง่ายๆแบบนี้แหละ ไม่ต้องให้ใครมารีวิว ไม่ต้องให้ใครดูก่อนด้วยซ้ำ ป๋ามาร์คบอกว่าคิดว่าทำอะไรแล้วดี ทำไปเลย ไม่ต้องห่วง
คนสัมภาษณ์: เดี๋ยวนะ … คุณกำลังบอกว่าไม่ต้องมีการรีวิวงาน ไม่ต้องมี Product Manager ทั้งๆที่คุณกำลังจะแก้ไขหน้าตาการทำงานของเวปไซต์ที่เป็นที่นิยมที่สุดในโลกเนี่ยะนะ ไม่ต้องคิดมากจริงๆหรอ?
พนักงาน: จริงจ่ะ
เป็นไงฮะ มันส์มั้ย หลักการทำงานของ Facebook ผมเองอ่านถึงตรงนี้แล้วก็อึ้งๆไป … หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วเจ้าแนวคิดการทำงานแบบฟรีสไตล์แบบนี้มันเกิดมาจากไหนนะ? ก็จากป๋ามาร์คนี่แหละฮะ
ป๋ามาร์คคงมองเห็นว่าร้อยละ 90 ของบริษัทในธุรกิจแบบนี้มีการทำงานที่เชื่องช้า เทอะทะ แล้วกว่าที่นวัตกรรมใหม่ๆจะโผล่ออกมาสู่สายตาประชาชนมันก็ใช้เวลานานเหลือเกิน เพราะคนคิดอะไรใหม่ๆเป็น Product Manager เสร็จแล้วก็ต้องผ่านกระบวนการมากมาย ประชุม ถกเถียง ออกแบบ แล้วก็คุยกันอีกว่าไอ้ที่จะทำมันจะเวิร์คมั้ย ลูกค้าจะชอบมั้ย ต้องใช้เวลากี่วัน วางแผน รีวิวแผน อะไรอีกสารพัด กว่าจะได้เริ่มทำงาน ป๋ามาร์คบอก … What the hell!! พอกันทีการทำงานแบบนี้
ทฤษฎีของป๋ามาร์คคือ
Developers ออกแบบและพัฒนา Product ได้เร็วกว่าและมีลูกเล่นมากกว่าเมื่อเทียบกับ Product Manager หรือ Designer ซึ่งนั่นคุ้มค่าเมื่อเทียบกับความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น
ด้วยความคิดมุมกลับที่ให้โลกหมุนรอบ Developer แบบนี้เองที่ทำให้ป๋ามาร์คสนับสนุนให้ Developer ทุกคนมีอิสระในความคิด การทำงาน การสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ แล้วไม่ต้องกลัวที่จะทำมัน ถ้าเจ๊งก็แก้ซิ คิดอะไรมาก
ผลก็อย่างที่เราเห็นๆกันครับ Facebook ไปไกลมากด้วยการทำงานที่บ้าบิ่นแล้วไม่กลัวความผิดพลาด เทียบกับบริษัทอื่นๆซิ ระหว่างที่ MySpace กำลังคิดวางแผนอยู่ Facebook ลงมือทำ Feature ใหม่ๆแล้ว ระหว่างที่ Yahoo หรือ AOL กำลังคิดว่าจะปรับปรุงองค์กรอย่างไรดี Facebook สร้าง Feature ใหม่มาอีกแล้ว เห็นๆกันเลยว่าจากที่เคยเป็นเจ้าแห่ง Social Network แป๊บเดียว MySpace โดน Facebook โค่นบัลลังค์อย่างราบคาบแล้วไม่มีทีท่าจะกู้ชาติคืนได้เลยด้วย แล้วถ้าถามว่าครั้งสุดท้ายที่ Yahoo หรือ AOL มี Feature อะไรเจ๋งๆมาให้เล่นมันเมื่อไรกันครับ? นานจนจำไม่ได้แล้วหละ
ทั้งหมดนี้คือแนวทางการพัฒนา Software แบบใหม่ที่เรียกว่า Developer-Driven หรือทุกอย่างอยู่ในกำมือ Developer ฮ่าๆ เมื่อเริ่มมองเห็นแนวแล้วว่าต้องแบบนี้แหละ ป๋ามาร์คถึงเริ่มสร้างกระบวนการทำงานต่างๆให้เหมาะสมตามมา โดยหลักๆเลยที่ผมจะขอยกตัวอย่างก็จะมี
- Developer ทุกคนสามารถแก้ไขโค๊ดส่วนไหนก็ได้ของ Facebook … ไม่ต้องมีทีม
- ทุกคนในบริษัทคือ Product Manager นั่นหมายความว่าทุกคนมีความรู้สึกรับผิดชอบต่อ Product ทุกชิ้นของบริษัท ใครอยากแก้อะไรได้หมด ใครอยากเพิ่มอะไรได้หมด แถม Developer อยากจะทำงานไหนก่อนหลัง เปลี่ยนลำดับงานยังไงก็ได้ตามใจ … อ่าว Project Manager ก็หมดความหมายซิ ฮ่าๆ
- ระหว่างการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของงาน Developer เป็นคนรายงานผลงานเองด้วยนะ Product Manager และคนอื่นๆคือคนฟัง … Project Manager หมดความหมายรอบสอง
- การจะหาคนมาทำงานจะเป็นไปด้วยความสมัครใจเท่านั้น เช่น
- ถ้า Product Manager อยากให้ Developer มาช่วยทำงานให้ เค้าต้องเอาแนวคิดไปขายให้ Developer เอง ถ้าไม่ผ่านก็ไม่มีคนทำงานให้
- Developer จะเป็นคนเลือกเองว่าอยากทำอะไรก่อนหรือหลัง แล้วค่อยไปบอก Development Manager ว่าตัวเองจะทำงานนั้นนี้กี่วันกี่สัปดาห์ก็ว่าไป
- Developer ก็จะจัดการทุกอย่างที่เป็นงานของตัวเอง แก้เองตั้งแต่ Javascript จนถึง Database ถ้าอยากได้ความช่วยเหลือจาก Designer หรือ Architect ก็ค่อยติดต่อไป
เห็นๆเลยว่าใน Facebook นั้น Developer คือพระเจ้าจริงๆ ที่ทำแบบนี้เพราะป๋ามาร์คต้องการตัดกระบวนการที่ไม่สำคัญออกไปให้หมด เหลือแค่ Developer กับ Product เท่านั้น มีข้อมูลวงในมาว่าถ้าอยากจะแก้อะไร เพิ่มอะไร Developer ไม่ต้องทำ Design หรือ Prototype ด้วยซ้ำ ลุยแหลกไปได้เลย มันส์มากๆ
อ่านมาถึงตรงนี้ชอบแนวคิดแบบนี้กันมั้ยครับ? ผมว่าเจ๋งนะ แต่อยากรู้มั้ยว่าทำไม Facebook ถึงทำแบบนี้ได้? ถ้าอยากรู้เราต้องดูให้ลึกไปถึงลักษณะธุรกิจของ Facebook, Inc. กันก่อน
Facebook, Inc. vs. Revenue Model
ถ้าเรามองดูที่มาของรายได้ของ Facebook, Inc. แล้วจะเห็นว่าส่วนใหญ่คือการโฆษณานั่นเอง จริงๆก็เกือบทั้งหมดของรายได้นั่นแหละเนอะ แล้วตรงนี้สำคัญยังไงกับกระบวนการทำงานแบบเจ๋งๆของ Facebook หละ?

ในความคิดผมเองนะ (อาจจะผิดหรือถูก) ถ้ารายได้คือค่าโฆษณา ผมคงต้องคิดว่าแล้วจะทำยังไงให้มีคนมาลงโฆษณากับเราเยอะๆ ทำยังไงดีๆ คิดต่อไปอีกขั้นก็คงเป็นว่า ทำยังไงให้มีคนเข้ามาใช้งานเวปไซต์ของเราเยอะๆเพื่อที่จะดึงดูดเหล่าบริษัทสินค้าเนอะ … สรุปได้ว่า คนใช้เวปเยอะ โฆษณาเยอะ รายได้ก็เยอะตาม
จุดประสงค์สำคัญของทีมงาน Facebook ก็คงจะเป็นว่า “ทำยังไงก็ได้ให้คนเข้าใช้เวปไซต์ Facebook.com ให้มากที่สุด” ส่วนตัวผมคิดว่าจุดประสงค์ข้อนี้เข้ากันได้ดีกับการทำงานแบบ Developer-Driven ของ Facebook
เพราะการที่จะดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้นั้น นวัตกรรมและความรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญมากครับ โลกยุคปัจจุบันช้าหน่อยเดียวก็ตกรถไฟแล้ว นั่นจึงเป็นที่มาของแนวคิดที่จะให้อำนาจส่วนใหญ่อยู่ที่ Developer (ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างดี) เพราะกลุ่มคนที่เป็น Geek เหล่านี้จะไอเดียกระฉูดมากๆกับงานที่ทำ แล้วถ้าไม่มีใครหรือกระบวนการอะไรมาขวางทางมากเกินไป ผลที่ได้ออกมาคือนวัตกรรมและความรวดเร็วของงานนั่นเอง
ผมจะลองเทียบตัวอย่างระหว่างการทำงานแบบปรู๊ดปร๊าดของ Facebook กับรูปแบบที่เราๆคุ้นเคยกันนะครับ เช่น อืม … เลือกส่วนการจัดการรูป (Photo) ละกัน

ดูซิครับว่างานที่เกิดขึ้นจากฝั่งซ้ายมันเร็วกว่าขนาดไหน แค่ทุกๆ 3 วันพวกเราก็ได้เห็นอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นใน Facebook.com แล้ว ไม่ต้องรอถึง 15 วันหรอก อันนี้ผมว่าแนวคิด Agile ชัดเจนมาก แต่ Extreme ยิ่งกว่า Extreme Programming (XP) อีกมั้ง ฮ่าๆ
ถึงตรงนี้เพื่อนๆคิดว่า Project Manager สำคัญมั้ยกับ Facebook, Inc.
Facebook, Inc. vs. Project Manager
หลักการง่ายๆ ถ้าผมเปิดบริษัทแล้วทำงานทุกอย่างคนเดียวได้ ผมควรจะจ้างพนักงานมั้ย? … ไม่หละ จ้างทำไม ทำคนเดียวรวยคนเดียวดิ มากคนมากความครับ อันนี้จริงๆนะ ถ้าเรามองว่าตำแหน่งไหนไม่จำเป็นก็ไม่ต้องมีหรอก งั้นลองมาดูกันว่า Project Manager สำคัญมั้ยในกรณีของ Facebook, Inc.
ก่อนอื่นลองมาวิเคราะห์ด้วยหลักการกันก่อนว่าโดยทั่วไปแล้ว Project Manager ต้องทำอะไรบ้าง (คร่าวๆ)
- เลือกทีมงาน … ไม่ต้องอะ Developer เค้าเลือกอะไรที่เค้าอยากจะทำด้วยตัวเอง
- วางแผน … ไม่ต้องอะ Product Manager กับ Developer เค้าทำเองได้
- จัดลำดับความสำคัญของงาน … ไม่ต้องอะ Developer มีสิทธิ์ขาดเต็มที่
- ติดตามผลการทำงาน … ไม่ต้องอะ Developer เค้าจัดการทำ Report เอง
- ติดต่อประสานงาน … ไม่ต้องอะ Developer เค้าคุยกับทุกคนเองอยู่แล้ว Product Manager, Designer, หรือจะ Architect
อ่าว แล้วแบบนี้ Project Manager จะไปอยู่ไหนอะ? … ก็ไม่ต้องมีไงครับ ฮ่าๆ ถ้าลักษณะงานและการทำงานเป็นแบบนี้ Project Manager ไม่จำเป็นหรอก เป็นตัวถ่วงความเจริญด้วยซ้ำไป
แต่ แต่ แต่ …
ลองมองให้ลึกอีกหน่อยจะเห็นว่าการทำงานหรือ Product ของ Facebook มีสองรูปแบบนะครับ หนึ่งคืออย่างที่ผมยกตัวอย่างไปกับส่วนการจัดการรูปภาพ (Photo) ซึ่งตรงนี้อาจจะมองว่าเป็นงาน Routine ได้เลยด้วยซ้ำ คือใครอยากแก้ อยากเพิ่มก็ทำได้เลย ไม่ต้องรอให้เป็น Project แต่กับบาง Product ที่เป็นอะไรที่ใหญ่และใหม่เอี่ยมอ่องหละ ผมมองว่า Project Manager สำคัญนะ เพราะงานทั้งห้าข้อข้างบนจะมีดีกรีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น ได้ข่าวกันแล้วใช่มั้ยครับกับ Project Titans หรือ Email @facebook.com นี่งานช้างนะ ป๋ามาร์คคิดการใหญ่จะขอชนกับ Gmail ของ Google เลยหละ Project ใหญ่ครับ ผมมองว่า Project Manager จะมีความสำคัญขึ้นมาแล้วหละเพราะการพัฒนา Webmail Product ตัวนี้ต้องพิเศษ ต้องมี Feature มากมาย ต้องมีการวางแผนที่ชัดเจนแน่นอน ต้องมีการพูดคุยกับคนหลายฝ่ายอย่างใกล้ชิด ทั้ง Product Manager, Product Marketing, หรืออาจจะมี Third Party Vendor เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าจะให้ Developer ลุยเองคงจะไม่ไหวหละเนอะ
เมื่อเจ้า Webmail @facebook.com เผยโฉมให้พวกเราได้ใช้กันแล้ว การจะแก้ไข เพิ่มเติม ปรับปรุงอะไรในนั้นก็จะเข้าอีหรอบเดิม ลุยแหลกได้ตามอัธยาศัย แล้ว Project Manager ก็จะตกงานไป ฮ่าๆ
ถึงคำตอบซะที “Project manager สำคัญมากแค่ไหนครับ ถ้าโครงสร้างบริษัทในการพัฒนา Software เป็นแบบบริษัท Facebook” ความคิดเห็นส่วนตัวมองว่า ทั้งไม่สำคัญเลยกับสำคัญมากด้วยเหตุผลข้างบนที่เขียนมาทั้งหมดครับ
ถ้าอยากได้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานเบื้องหลังของ Facebook.com ลองอ่านบทความนี้ดูครับ เยี่ยมเลย … อ้อ แล้วถ้าใครอยากได้ลองทำงานกับแนวคิดสุดเจ๋งแบบนี้หละก็เชิญครับ Facebook Career




